11/08/2553

สารภาพบาป และขอบพระคุณ(มานาที่ชอบ)


เพราะเขาทั้งหลายมิได้ปรนนิบัติพระองค์ในราชอาณาจักรของเขา แม้พระคุณยิ่งของพระองค์ พระองค์ทรงประทานแก่เขา
-เนหะมีย์ 9:35

ระหว่างการนมัสการวันอาทิตย์ ที่ประชุมได้กล่าวคำอธิษฐานสารภาพบาปพร้อมกันว่า “พระเจ้าผู้ทรงเมตตา เราเป็นเช่นเดียวกับผู้เชื่ออีกมากมายที่มักจะบ่นเวลาที่สิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปอย่างที่คิด เราอยากได้ทุกสิ่งอย่างอุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่พอแก่การดำรงชีวิตอยู่ เราอยากไปอยู่ที่อื่นมากกว่าอยู่ที่นี่ในเวลานี้ เราอยากได้ของขวัญที่พระองค์ประทานให้ผู้อื่น มากกว่าของขวัญที่พระองค์ประทานให้เรา เราอยากให้พระองค์ปรนนิบัติเรา แทนที่เราจะปรนนิบัติพระองค์ ขอโปรดยกโทษที่เราไม่สำนึกในพระคุณของพระองค์และสิ่งที่พระองค์ประทานให้เรา”
ความอุดมสมบูรณ์ไม่ได้นำไปสู่การขอบพระคุณหรือสำนึกในพระคุณเสมอไป ความร่ำรวยอาจทำให้เราออกห่างพระเจ้าด้วยซ้ำ
เมื่อชาวยิวที่ถูกจับไปเป็นเชลยเดินทางกลับมาจากบาบิโลนพร้อมกับ เนหะมีย์เพื่อบูรณะกำแพงเยรูซาเล็ม พวกเขาได้รวมตัวกันสารภาพความผิดบาปของตนเอง และของบรรพบุรุษ พวกเขาอธิษฐานว่า “บรรดาพระราชา เจ้านาย ปุโรหิตและบรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลาย มิได้รักษาธรรมบัญญัติหรือเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์…เพราะเขาทั้งหลายมิได้ปรนนิบัติพระองค์ในราชอาณาจักรของเขา แม้พระคุณยิ่งของพระองค์ พระองค์ทรงประทานแก่เขาและแผ่นดินที่ใหญ่อุดม พระองค์ทรงยกให้แก่เขา และเขามิได้หันกลับจากการชั่วร้ายของเขา” (นหม.9:34-35)
การสารภาพบาปนำไปสู่การขอบพระคุณและจบลงที่การเชื่อฟัง – DCM

ข้าแต่พระเจ้า เราสารภาพว่าเราไม่ได้ขอบพระคุณพระองค์ทุกเวลาสำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ประทานให้ เราเป็นหนี้ชีวิตพระองค์! ขอทรงช่วยให้เราเต็มล้น ด้วยคำสรรเสริญพระองค์ และออกไปรับใช้พระองค์ด้วยใจเชื่อฟัง อาเมน

การสารภาพบาป เปิดประตูสู่การขอบพระคุณ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น