12/16/2554

การให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ


ช่วงนี้เป็นเทศกาลคริสต์มาส หลายคนต่างวุ่นวายกับการเตรียมของขวัญที่จะมอบให้กับคนที่เรารัก
หลายคนคาดหวังจะได้รับสิ่งดีและสิ่งใหม่ๆ บางคนก็เตรียมให้ด้วยใจสุขเพราะได้ให้ก็มีความสุขอย่างมากมาย
มีคนยากจนมากมายที่ไม่มี และอยากจะให้บ้าง และคนจนบางคนไม่มีแต่ก็อยากจะได้ อาจพูดให้ทุกท่านงงไปหน่อยค่ะแต่ก็มีความสุขมากๆ ที่จะพูดเพราะช่วงนี้เตรียมของหลายอย่างให้คนที่รักเช่นกัน เป็นแค่คนจนบนโลกนี้ค่ะก็อย่างที่เคยเล่านะคะ เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาค่ะ ขำประโยคนี้ทุกที! ไม่ธรรมดาซิค่ะ เพราะเป็นคนที่พระเจ้าทรงรักมาก ทำผิดก็บ่อย ขี้เกียจอ่านพระคัมภีร์อ่านแต่หนังสือแปลตลอด แต่พระเจ้าทรงเมตตาค่ะทรงเรียกตลอดเวลาคะ
พระองค์ไม่หนีไปใหน ทรงมองดูตลอด และวันนี้ดีใจมากๆค่ะ พระองค์ทรงส่งฑูตสวรรค์มาหาถึงที่บ้าน อ้อ!...ลืมบอกค่ะ เดินไม่ได้2วันแล้วค่ะ แต่ไม่ได้เล่าให้ใครฟังเลยมีแต่สามีที่รู้ กระดูกไม่ดีค่ะแล้ววันก่อนก็ไปจ่ายตลาดเดินไกลและปวดขามากๆค่ะ ตกดึกเดินไม่ได้ซะงั้น อาจารย์รู้จักท่านนึงโทรมาว่าจะมาหาที่บ้าน โอ้!...ตกใจค่ะ ท่านไม่เคยมาเลยและท่านเป็นคนที่ น่าเกรงใจมากเพราะพระเจ้าสถิตกับท่านบางครังท่านพูดเหมือนไม่ใช่ท่านพูดค่ะ ก็เลยกลัว คิดว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตด้วย หลายครั้งที่พูดจาโกหกท่านก็รู้ค่ะ ก็เลยไม่กล้าโกหกต่อหน้าท่าน วันนี้ท่านมาหาก็ตกใจเพราะบ้านรกมากคะ แต่ท่านบอกสั้นๆว่าเธอไม่สบายหรือเปล่าอาจารย์เป็นห่วงก็เลยมาดู แค่นี้น้ำตาก็ซึมแล้วค่ะ อาจารย์วางมืออฐิฐานนานเป็นครึ่งชั่วโมงจนสามีกลับมา และประหลาดใจที่อาจารย์มาหา แต่มีความยินดีในพระเจ้าสามีขอบคุณพระเจ้าที่อาจารย์มา แค่นี้จูดีก็สุขมากค่ะ เพราะสามีไม่ค่อยขอบคุณพระเจ้า ฮาเลลูยาค่ะ
พูดมาเยอะแล้วค่ะ แค่จะแบ่งปันว่าทุกวันของจูดี้คือของขวัญจากพระเจ้า แค่นี้ไม่ต้องการอะไรจากใครอีกแล้วค่ะ และขณะเขียนนี้ก็หายปวดขาแล้วค่ะ สรรเสริญพระเจ้า.......




***การให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ***
อาจารย์ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ เขียนหนังสือไว้ และทุกเดือนธันวาคมทีไรก็หยิบมาอ่านซ้ำค่ะ
ชอบที่อาจารย์ให้ความหมายของตัวอักษร C-H-R-I-S-T-M-A-S ค่ะ ครบดีมากๆ ก็เลยเอามาแบ่งปันค่ะ

การให้มีดังนี้......
........................ใจยินดี [Cheerful Giving]
........................ใจถ่อม [Humble Giving]
........................ให้เกียรติ [Respectful Giving]
........................ดังตั้งใจ [Intentional Giving]
........................อย่างจริงใจ [Sincere Giving]
........................ถูกกาละเทศะ [Timely Giving]
........................ด้วยใจรักเมตตา [Merciful Giving]
........................อย่างเหมาะสม [Appropriate Giving]
........................อย่างเสียสละ [Sacrificial Giving]

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรทุกท่านและมีความสุขในการเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส
แล้วก็อย่าลืมว่าพระคริสต์เสด็จมาเพื่อเราทุกคนจะได้รอดและมีชีวิตนิรันดร์ค่ะ
...........อาเมน.....


12/13/2554

ความหมายวันคริสต์มาส



วันคริสต์มาสเป็นวันหยุดประจำปี ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซูซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม โดยวันดังกล่าวอาจจะไม่ตรงกับวันเกิดจริงๆของพระเยซู แต่อาจจะเป็นวันที่ถูกเลือกเอาไว้เพื่อให้สอดคล้องกับเทศกาลโรมัน หรือสอดคล้องกับวันที่มีช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุด (winter solstice)คริสต์มาสเป็นเทศกาลที่สำคัญ และมีการฉลองอย่างยิ่งใหญ่ แม้ว่าวันคริสต์มาสจะเป็นเทศกาลของชาวคริสต์ แต่ในหมู่คนที่ไม่ใช่ชาวคริสต์ก็มีการเฉลิมฉลอง
กันอย่างแพร่หลายเช่นกัน ซึ่งการเฉลิมฉลองนั้นมีทั้งแบบสมัยใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาเลยกับอีก
แบบหนึ่งคือแบบดั้งเดิม โดยประเพณีที่เป็นนิยมในสมัยใหม่นั้น ได้แก่ การมอบของขวัญ การแลกเปลี่ยนการ์ดอวยพร
การจัดงานเลี้ยงฉลองในโบสถ์ การรับประทานอาหารมื้อพิเศษ และการโชว์งานตกแต่งประดับประดาตามสถานที่ต่าง ๆด้วย ต้นคริสต์มาส ดวงไฟประดับ พวงดอกไม้ ต้นมิสเซิลโท การแสดงเกี่ยวกับวันประสูติของพระเยซู และต้นฮอลลี่

สัญลักษณ์ของวันคริสต์มาส


ต้นคริสต์มาสหรือต้นสนที่ประดับประดาด้วยลูกแอปเปิ้ลและขนมปังเพื่อระลึกถึงศีลมหาสนิท ในสมัยโบราณนั้นต้นคริสต์มาส หมายถึง ต้นไม้ในสวนสวรรค์ ซึ่งอาดัมและเอวาไปหยิบผลไม้มากิน และทำบาป ไม่เชื่อฟังพระเจ้า โดยตามพระคัมภีร์นั้นได้เปรียบพระเยซูเจ้าเสมือนเป็นต้นไม้แห่งชีวิต ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เขียวเสมอในทุกฤดูกาล สื่อถึงนิรันดรภาพของพระเยซูเจ้า อีกทั้งความสว่างของพระองค์ยังเหมือนแสงเทียนที่ส่องสว่างในความมืด และรวมถึงความชื่นชมยินดี และความสามัคคี ที่พระเยซูประทานให้


สีเขียวของต้นฮอลลี่มีความหมายถึง การมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ และมีความสัมพันธ์กับพระเยซู โดยผลสีแดงของต้นฮอลลี่นั้นหมายถึงหยดเลือดของพระเยซูที่ไหลลงบนไม้กางเขน ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความรักที่มีต่อพระเจ้า ใบไม้ที่มีหนามของต้นฮอลลี่เป็นสิ่งที่เตือนพวกเราถึงมงกุฏหนามที่พวกชาวทหารโรมันได้นำมาวางไว้บนศีรษะของพระเยซูคริสต์


Christmas Rose มีต้นกำเนิดที่ประเทศอังกฤษ ลักษณะเป็นดอกสีขาว และมักออกดอกในช่วงฤดูหนาว ตำนานของดอกคริสต์มาสนี้มีอยู่ว่า ในช่วงที่พระเยซูประสูติ มีผู้รอบรู้ 3 คน กับคนเลี้ยงแกะเดินทางมาพบพระเยซู ระหว่างทางพวกเขาพบกับ มาเดลอน เด็กหญิงที่เลี้ยงแกะคนหนึ่ง เมื่อเธอทราบว่าทั้งหมดเดินทางมาเพื่อมอบของขวัญให้พระเยซู มาเดลอนก็เสียใจที่ไม่มีของขวัญใดไปมอบให้พระเยซูบ้าง ก่อนที่นางฟ้าที่เฝ้ามองเธออยู่จะเกิดความเห็นใจจึงร่ายมนตร์เสกดอกไม้สีขาวน่ารักและมีสีชมพูอยู่ตรงปลายกลีบให้เธอ และดอกไม้นั้นคือ ดอกคริสต์มาสนั่นเอง



ตำนานของดอก Poinsettia ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของวันคริสต์มาส มาจากเรื่องราวของเด็กหญิงจนๆ คนหนึ่ง ที่ต้องการหาของขวัญไปมอบให้พระแม่มารีในวันคริสต์มาสอีฟ แต่เนื่องจากเธอไม่มีสิ่งของใดๆ ติดตัว จึงเดินทางไปตัวเปล่า และระหว่างทางเธอได้พบกับนางฟ้าที่บอกให้เธอเก็บเมล็ดพืชไว้ ต่อมาเมล็ดพืชนั้นกลับเจริญเติบโตเปลี่ยนเป็นดอกไม้สีเลือดหมูสดใส ซึ่งก็คือดอก Poinsettia ตั้งแต่นั้นดอก Poinsettia ก็ได้รับความนิยมใช้ประดับประดาบ้านในงานคริสต์มาส




ดาว ในความหมายของชาวคริสต์เตียน หมายถึงการแสดงออกที่ดีของพระเยซูคริสต์ ที่บัญญัติไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลว่า "The bright and morning star" มีความหมายพิเศษเหมือนกับว่า ดวงดาวเหล่านั้นได้แบ่งที่อยู่กับสรวงสวรรค์ ไม่ว่าจะมีกำแพงอะไรขวางกั้นระหว่างพื้นผิวโลกด้วยก็ตาม



เสียงระฆังในวันคริสต์มาสคือการเฉลิมฉลองให้กับการประสูติของพระเยซูผู้ที่จะมาช่วยไถ่บาปให้กับมวลมนุษย์จะถือกำเนิดขึ้น และระฆังนี้มีเสียงดังกังวาลนานนับชั่วโมง ก่อนที่ในเวลาเที่ยงคืนเสียงระฆังนี้จะกลับกลายมาเป็นเสียงแห่งความสุข