3/28/2555

โครงการปันน้ำใจให้น้อง ได้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว



   จากอดีตของจูดี้ ที่ทางบ้านพอมีพอกินในเมื่อก่อน เคยเห็นคุณยายบริจาคของให้เด็กยากไร้เสมอ ในตอนนั้นจูดี้ไม่คิดสงสารหรือเห็นใจ แต่กลับรู้สึกว่า เหมือนถูกเบียดเบียน แตะต้องของบริจ่าคก็ไม่ได้โดนดุยกใหญ่ รู้สึกว่าคุณยายนี่ลำเอียงมากค่ะ แต่วันนึงที่ชีวิตของจูดี้เปลี่ยนไป เป็นผู้ได้รับบ้าง หลังจากคุณตา คุณยาย คุณแม่ ไม่อยู่ด้วยแล้ว ปัญหาในชีวิตไม่ต้องพูดถึงค่ะ ตอนนั้นเองจูดี้ได้เป็นผู้รับ และรู้สึกได้ถึงความตื้นตันตอนนั้นค่ะ เอาเป็นว่าจูดี้ไม่เล่า ผู้อ่านคงเดาเรื่องได้นะคะ

   สรุปก็คือเป็นคนลืมสิ่งดีๆไม่ได้ค่ะ เมื่อเราสามารถช่วยเหลืออะไรใครได้ก็อยากจะช่วยเต็มที่จริงๆค่ะ
จนวันนึงที่เขียนบล็อกขึ้นมาคือบล็อกนี้ และรวมกลุ่มคนในเฟสบุ้คด้วย เราจึงมีสมาชิกและเพื่อนๆที่มีใจด้านนี้ด้วยกัน แต่เพียงกลุ่มเล็กๆก็ไม่กล้าคิดไปไกล ก่อนหน้านี้จูดี้ฝากของไปกับรถไฟเพื่อบริจาคบนดอย ซึ่งเพื่อนของจูดี้จัดการให้ เพื่อนเล่าว่าหลายคนดีใจกับของที่เราส่งไป แต่หลายคนก็ไม่ได้รับ ก็เลยคิดว่าหากทำอะไรเพียงผู้เดียวความสำเร็จมันดูลางเลือน และบางปีก็ไม่มีงบที่จะส่งไปค่ะ ก็ปล่อยทิ้งไปค่ะ ไม่มีความต่อเนื่อง แต่พอปีที่ผ่านมาน้ำท่วมหนักที่บ้านจูดี้ค่ะ แม้เราจะมีของกินและสำรองชีวิตแล้ว ซึ้งเราไม่คิดจะรับบริจาคจากใครเลย แต่เราก็ยังเห็นความมีน้ำใจของคนไทยค่ะ ยังมีเพื่อนบ้านไปรับของบริจาคเป็นยาและของจำเป็น ซึ่งเราไม่มีค่ะ และเขารับมาเผื่อเราด้วย วันนั้นดีใจมากค่ะ รู้สึกว่าการช่วยเหลือกันมันช่างดี และทำให้ขุดโครงการนี้กลับมาอีกครั้งค่ะ ช่วงที่กำลังคิดเรื่องนี้พี่น้องคริสเตียนโทรมาชวนไปแจกถุงยังชีพ ทีนี้ฮึกเฮิมมากค่ะ เพราะวันที่ไปแจกของมีคนร้องไห้ดีใจมากรับของจากมือเราก็บอกขอบคุณ
ทีนี้คิดแล้วว่าการให้คนนั้นเป็นเรื่องดีจริงๆ คงต้องทำโคงการต่อ

  เล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนรุ่นพี่ฟังเพื่อนรุ่นพี่แนะนำขึ้นดอยแม่แจ่มก่อนเรย เพราะพี่เขาเพิ่งไปมาและส่งของขึ้นไปบริจาค จูดี้ก็ว่าตกลงแต่ขอสำรวจให้แน่ใจ ได้เบอร์มาสักพัก ตัดสินใจติดต่อมิสปุ๊ หรือครูปุ๊ของเด็กๆ
ได้คำตอบชัดเจนมากค่ะ จูก็นำข้อมูลของครูปุ๊มาให้ผู้อ่านดูกันก่อนค่ะ

เบื้องต้นพี่ส่งแผ่นพับของบ้านมาให้ดูก่อน
ที่โครงการรินน้ำใจให้เด็กดอยอินทนนท์
เราทำงานกับเด็กหญิงชนเผ่าปกาเกอะญอ(กะเหรี่ยง) ม้งและอาข่า
ที่มีฐานะยากจนมาจากหมู่บ้านที่ไม่มีโรงเรียนในเขต
จ. เชียงใหม่  จ.ตาก    จ.เชียงรายและจ.แม่ฮ่องสอน   
โดยเปิดบ้านพิพัฒน์กนกพรขึ้น ที่ อ.แม่แจ่ม  จ. เชียงใหม่ 
 โดยเริ่มแรกอุปการะเด็กหญิงชั้น ม. ปลาย
ต่อมาก็ขยายต่อไปยังเด็กชั้น ม.ต้นและชั้นประถม
 สาเหตุที่เราเลือกเป้าเป็นเด็กหญิงเพราะมีความเสี่ยงต่อขบวนการค้ามนุษย์
 คารค้าแรงงานเด็ก  โสเภณีเด็ก  และขบวนการค้ายาเสพติดสูง
 ทั้งนี้เปิดโอกาสทางการศึกษา  จัดหาที่พักที่ปลอดภัย
 อาหารที่มีครบทั้ง 5 หมู่  อบรมอาชีพ  จัดกิจกรรมให้เกิดคุณธรรมจริยธรรม
 เข้าใจผู้ด้อยกว่า  รับผิดชอบต่อสังคม   พาไปทัศนศึกษานอกสถานที่  
ปัจจุบันมีคุณครูปุ๊ดูแลเด็กๆคนเดียว  รวมถึงเป็นผู้ประสานงานและจัดหาทุนด้วย
โดยได้รับทุนจากโครงการจัดตั้งมูลนิธิหาญบุญญาพิพัฒน์
 และคุณจีรศักดิ์  มานะตระกูล  เป็นหลัก
 ข้อมูลเบื้องต้นก็มีเท่านี้ค่ะ"

นี่เป็นจดหมายของครูปุ๊นะคะ ตอนนั้นก็ระดมความคิดกับเพื่อนค่ะ และเชิญ อาจารย์สมบัติ ตระกูลธนศาล เป็นที่ปรึกษาโครงการค่ะ ซึ่งวันนี้คงเล่าทั้งหมดยังไม่ได้นะคะ เดี๋ยวผู้อ่านจะรำคาญซะก่อนค่ะ คราวหน้าจะมารายงานความคืบหน้าเรื่อยๆค่ะ วันนี้มีรูปมิสปุ๊และเด็กๆมาฝากค่ะ 








สุดท้ายขอพระเจ้าอวยพระพรท่านผู้อ่านทุกท่านนะคะ

3/02/2555


งานประชุมของซาตาน (จงอ่านแม้ว่าคุณจะยุ่ง)

งานประชุมของซาตาน (จงอ่านแม้ว่าคุณจะยุ่ง)

ซาตานเรียกเหล่ามารเข้าประชุมระดับโลก ในพิธีเปิด มันกล่าวว่า
“เราหยุดคริสเตียนจากการไปโบสถ์ไม่ได้”
“เราหยุดพวกเขาจากการอ่านพระคัมภีร์และรู้จักความจริงไม่ได้”
“เราหยุดพวกเขาจากการสนิทสนมกับองค์ผู้ช่วยให้รอดของพวกเขาไม่ได้"
"เมื่อพวกเขารักษาความสัมพันธ์นั้นกับพระเยซูไว้ได้ อำนาจของพวกเราที่มีเหนือเขาก็ถูกทำลายลง"

" ดังนั้น จงปล่อยให้พวกเขาไปโบสถ์ ปล่อยให้พวกเขาทานมื้อค่ำด้วยกัน แต่จงขโมยเวลาของพวกเขา พวกเขาจะได้ไม่มีเวลาพัฒนาความสัมพันธ์กับพระเยซูคริสต์"
"นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการให้พวกเจ้าทำ" ซาตานกล่าว
" จงหันเหความสนใจของพวกเขาจากการมีความสนิทสนมกับองค์ผู้ช่วยให้รอด และจากการรักษาความสัมพันธ์อันสำคัญนั้นไว้ได้ตลอดวันเวลาของพวกเขา!"
"เราจะใช้วิธีไหนล่ะ?" เหล่ามารตะโกนถาม
"จงทำให้พวกเขายุ่งในเรื่องของชีวิตอันหาสาระไม่ได้อยู่ตลอด จงออกอุบายนับไม่ถ้วนเพื่อยึดพื้นที่ความคิดของพวกเขาไว้" ซาตานตอบ
"จงล่อลวงพวกเขาให้ใช้จ่ายเงิน จ่าย จ่าย จ่ายและหยิบยืม ยืม ยืม"
" จงโน้มน้าวบรรดาภรรยาให้ออกไปทำงานหามรุ่งหามค่ำ ส่วนสามีทำงานหกเจ็ดวันต่อสัปดาห์ วันละสิบ สิบสองชั่วโมง เพื่อพวกเขาจะมีเพียงพอสำหรับวิถีชีวิตอันว่างเปล่า"
" จงดึงพวกเขาจากการใช้เวลากับลูก"
"เมื่อครอบครัวแยกกระจัดกระจาย ไม่ช้าบ้านของพวกเขาจะไม่ใช่สถานที่หลบภัยจากความกดดันของงานอีกต่อไป!"
" จงกระตุ้นความคิดของพวกเขาให้ทำงานไม่หยุด จนพวกเขาไม่สามารถได้ยินเสียงเบาๆ เสียงนั้น" "จงล่อพวกเขาให้เปิดวิทยุหรือเครื่องเล่นเทปเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาขับรถ"
"จง ทำให้ทีวี วีซีอาร์ ซีดีต่างๆ และเครื่องคอมพิวเตอร์เปิดอยู่ตลอดในบ้านของพวกเขา จงจัดการให้ทุกร้านค้า ทุกภัตตาคารในโลก เล่นดนตรีที่ไม่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ตลอดเวลา"
"สิ่งนี้จะอัดแน่นอยู่ในความคิดของพวกเขาและทำลายความสัมพันธ์สนิทนั้นที่ พวกเขามีกับพระคริสต์"
" จงทำให้โต๊ะกาแฟเต็มไปด้วยนิตยสารและหนังสือพิมพ์"
"จงกระหน่ำความคิดของพวกเขาด้วยข่าวตลอด 24 ชั่วโมง"
"จงบุกรุกเวลาของพวกเขาขณะขับขี่ยวดยานด้วยป้ายโฆษณาต่างๆ"
"จง ทำให้ตู้รับจดหมายของพวกเขาแน่นไปด้วยจดหมายขยะ, แค็ตตาล็อกรายการสั่งสินค้า, ชิงโชค, จดหมายข่าวสาร, สินค้าบริการ, โปรโมชั่น, การแจกฟรีและข้อเสนอความหวังลมๆ แล้งๆ ทุกรูปแบบ"
" จงทำให้นางแบบสวยหุ่นบางขึ้นปกนิตยสารและออกทีวี เพื่อเหล่าสามีจะเชื่อว่าความงามภายนอกนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และพวกเขาจะเริ่มไม่พอใจภรรยาของตน"
"จงทำให้เหล่าภรรยาเหนื่อยอ่อนเกินกว่าที่จะแสดงความรักต่อสามียามค่ำคืน"
"จงทำให้พวกเธอปวดหัวด้วย!"
"ถ้าพวกเธอไม่ให้ความรักที่สามีต้องการ พวกเขาจะเริ่มมองหาจากแหล่งอื่น"
"นี่จะทำให้ครอบครัวแตกแยกกันได้เร็วขึ้น!"
"จงให้ซานตาคลอสดึงความสนใจของพวกเขาออกจากการสอนลูกหลานเรื่องความหมายที่ แท้จริงของคริสตมาส"
"จงให้กระต่ายอีสเตอร์แก่พวกเขา เพื่อพวกเขาจะได้ไม่พูดเกี่ยวกับการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระองค์และฤทธิ์ เดชเหนือบาปและความตาย"
" แม้กระทั่งในเวลาพักผ่อนของพวกเขา จงทำให้พวกเขาทำมากเกินพอดี"
"จงทำให้พวกเขากลับจากการพักผ่อนอย่างเหนื่อยอ่อนแรง"
"จงทำให้พวกเขายุ่งเกินกว่าที่จะออกไปเห็นธรรมชาติและคิดถึงการทรงสร้างของ พระเจ้า"
"จงส่งพวกเขาไปสวนสนุก, งานกีฬา, โรงละคร, คอนเสิร์ตและโรงหนังแทน"
"จงทำให้พวกเขายุ่ง ยุ่ง ยุ่ง ไม่หยุดหย่อน!"
"เวลาพวกเขาพบกันเพื่อสามัคคีธรรมฝ่ายวิญญาณ จงทำให้มีการซุบซิบ การพูดไร้สาระเพื่อพวกเขาจะกลับไปด้วยจิตสำนึกที่เป็นทุกข์"
"จงจับกุมชีวิตของพวกเขาด้วยสิ่งดีจำนวนมากจนพวกเขาไม่มีเวลาที่จะเสาะหา ฤทธิ์เดชจากพระเยซู" "ในไม่ช้าพวกเขาจะเริ่มทำสิ่งต่างๆ ด้วยเรี่ยวแรงกำลังของตนเอง สังเวยสุขภาพและครอบครัว
เพื่อเหตุที่ดี"
"มันจะได้ผล!" "มันจะได้ผล!"
ช่าง วางแผนการอะไรได้ดีขนาดนี้! เหล่ามารต่างกระตือรือร้นออกไปทำหน้าที่ของตนคือการทำให้คริสเตียนในทุกที่ ยุ่งมากขึ้นกว่าเดิม เร่งรีบมากขึ้นกว่าเดิม ไปที่โน่นไปที่นี่ มีเวลากับพระเจ้าและกับครอบครัวของพวกเขาน้อยลง ไม่มีเวลาบอกคนอื่นถึงฤทธิ์อำนาจของพระเยซูที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้
คำถามคือมารทำสำเร็จตามอุบายของมันหรือไม่?
คุณเองเป็นผู้ตัดสิน


คำว่า
"busy" (ยุ่ง) แปลว่า
B-eing อยู่
U-nder ใต้
S-atan's แอก
Y-oke? ซาตาน
ใช่หรือไม่....คุณเป็นผู้ตอบคะ
(คัดลอกบทความนี้มาจากคริสตจักร พันธกิจเชียงใหม่)